ประวัติวัดโพธิ์โดยย่อ คือวัดโพธารามสมัยกรุงศรีอยุธยาที่รัชกาลที่ 1 สถาปนาใหม่เป็นวัดหลวงข้างพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ. 2331 แล้วรัชกาลที่ 3 ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ จนมีพระนอน พระมหาเจดีย์ และจารึกอย่างที่เห็นทุกวันนี้
สรุปข้อมูลวัดโพธิ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
|
เรื่อง |
ข้อมูล |
|---|---|
|
ชื่อทางการ |
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร |
|
ชื่อเดิม |
วัดโพธาราม |
|
ที่ตั้ง |
2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ |
|
ประเภทวัด |
พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ 1 |
|
สร้างสมัย |
อยุธยา สันนิษฐานว่าหลัง พ.ศ. 2231 |
|
สถาปนาใหม่ |
รัชกาลที่ 1 เริ่ม พ.ศ. 2331 ฉลอง พ.ศ. 2344 |
|
ปฏิสังขรณ์ใหญ่ |
รัชกาลที่ 3 นาน 16 ปี 7 เดือน |
|
สิ่งที่ควรชม |
พระนอน พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล พระอุโบสถ ยักษ์วัดโพธิ์ จารึกและฤๅษีดัดตน |
|
เวลาเปิด |
ทุกวัน 08.00 ถึง 19.30 น. |
|
ค่าเข้า |
คนไทยฟรี ชาวต่างชาติ 300 บาท |
|
การแต่งกาย |
สุภาพ ไม่สวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่า |
เวลาเปิดและค่าเข้าเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ของวัด ตรวจเมื่อเดือนตุลาคม 2569 ควรตรวจกับวัดอีกครั้งก่อนไป
ประวัติวัดโพธิ์ จากวัดโพธารามถึงวัดประจำรัชกาลที่ 1
วัดโพธิ์เดิมชื่อวัดโพธาราม เป็นวัดเก่าที่เมืองบางกอกมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่มีหลักฐานว่าใครสร้าง สันนิษฐานกันว่าสร้างหลัง พ.ศ. 2231 บางแหล่งว่าในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช บางแหล่งว่าสมัยสมเด็จพระเพทราชา ถึงสมัยกรุงธนบุรี วัดได้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวง มีพระราชาคณะปกครองตั้งแต่นั้น
เมื่อรัชกาลที่ 1 สร้างพระบรมมหาราชวังแล้ว ทรงเห็นว่าวัดโพธารามที่อยู่ทางทิศใต้ของวังทรุดโทรมมาก จึงโปรดให้บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2331 สร้างพระอุโบสถ พระระเบียง และพระวิหารขึ้นใหม่ เว็บไซต์ของวัดระบุว่างานก่อสร้างใช้เวลา 7 ปี 5 เดือน 28 วัน แล้วมีงานฉลองใน พ.ศ. 2344 พร้อมพระราชทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส วัดโพธิ์จึงเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1
รัชกาลที่ 3 ปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกรอบ นาน 16 ปี 7 เดือน ขยายเขตวัดออกไปทางทิศเหนือและทิศตะวันตก ส่วนที่เพิ่มมาคือพระวิหารพระพุทธไสยาสกับสวนมิสกวัน พระอุโบสถหลังที่เห็นทุกวันนี้ก็ขยายใหญ่ขึ้นในคราวนั้น และโปรดให้จารึกตำราวิชาต่างๆ ลงแผ่นหินติดไว้ทั่ววัด
รัชกาลที่ 4 เปลี่ยนท้ายนามวัดเป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และสร้างพระมหาเจดีย์เพิ่มอีก 1 องค์ ต่อมา พ.ศ. 2444 รัชกาลที่ 5 โปรดให้กระทรวงโยธาธิการบูรณะวัด ครั้งล่าสุดวัดบูรณะใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2550
ปัจจุบันวัดมีเนื้อที่ 51 ไร่ 2 งาน 98 ตารางวา ถนนเชตุพนแบ่งวัดเป็นสองฝั่ง คือเขตพุทธาวาสที่คนทั่วไปเข้าชม กับเขตสังฆาวาสที่พระสงฆ์จำพรรษา
ชื่อเต็มวัดโพธิ์และคำอ่าน
ชื่อเต็มของวัดโพธิ์คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร อ่านว่า วัด-พระ-เชด-ตุ-พน-วิ-มน-มัง-คลา-ราม ราด-ชะ-วอ-ระ-มะ-หา-วิ-หาน
คำว่าวัดโพธิ์ย่อมาจากชื่อเดิมคือวัดโพธาราม รัชกาลที่ 4 เคยมีประกาศว่า นามพระราชทานนั้นเรียกกันแต่ในวัง ส่วนคนทั้งแผ่นดินยังเรียกว่าวัดโพธิ์ บางคนเรียกวัดโพธิ์ท่าเตียน ตามชื่อย่านท่าเตียนที่วัดตั้งอยู่
กรุงเทพฯ ยังมีวัดชื่อวัดโพธิ์อีกแห่งที่เขตตลิ่งชัน เป็นคนละวัดกัน
จุดเด่นของวัดโพธิ์ สิ่งที่ควรชมในวัด
จุดเด่นของวัดโพธิ์คือพระนอน พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล พระอุโบสถ และยักษ์วัดโพธิ์ ทั้งหมดอยู่ในเขตพุทธาวาส
พระพุทธไสยาส พระนอนวัดโพธิ์
พระนอนวัดโพธิ์ประดิษฐานในพระวิหารพระพุทธไสยาส มุมกำแพงด้านตะวันตกเฉียงเหนือของวัด องค์พระยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทองทั้งองค์
รัชกาลที่ 3 โปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2375 คราวปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่ โดยสร้างองค์พระก่อน แล้วสร้างพระวิหารครอบทีหลัง เว็บไซต์ของวัดระบุว่าเป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ
|
ส่วน |
ขนาด |
|---|---|
|
ความยาวองค์พระ |
1 เส้น 3 วา (46 เมตร) |
|
ความสูงถึงยอดพระเกตุมาลา |
15 เมตร |
|
พระพักตร์ |
ยาว 5 เมตร กว้าง 2.5 เมตร |
|
พระบาท |
ยาว 5 เมตร สูง 3 เมตร |
ฝ่าพระบาททั้งสองข้างประดับมุกเป็นภาพมงคล 108 ประการ ตรงกลางเป็นรูปจักร ผนังพระวิหารมีจิตรกรรมเรื่องมหาวงศ์ พงศาวดารลังกา อยู่เหนือประตูและหน้าต่าง
พระนอนวัดโพธิ์อยู่ในเส้นทางไหว้พระ 9 วัดของคนกรุงเทพฯ เชื่อกันว่าไหว้แล้วจะร่มเย็นเป็นสุข
พระมหาเจดีย์สี่รัชกาลและเจดีย์ 99 องค์
พระมหาเจดีย์สี่รัชกาลคือเจดีย์ใหญ่ 4 องค์ที่ตั้งถัดจากพระอุโบสถ มีกำแพงแก้วล้อม แต่ละองค์ประดับกระเบื้องเคลือบคนละสี
|
พระมหาเจดีย์ |
ประจำรัชกาล |
สีกระเบื้อง |
|---|---|---|
|
ศรีสรรเพชดาญาณ |
รัชกาลที่ 1 |
เขียว |
|
ดิลกธรรมกรกนิธาน |
รัชกาลที่ 2 |
ขาว |
|
มุนีบัตบริขาร |
รัชกาลที่ 3 |
เหลือง |
|
ทรงพระศรีสุริโยทัย |
รัชกาลที่ 4 |
ขาบ (น้ำเงินเข้ม) |
องค์สีเขียวสร้างครอบพระศรีสรรเพชญ์ที่รัชกาลที่ 1 อัญเชิญมาจากวัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา องค์สีขาวกับสีเหลืองรัชกาลที่ 3 สร้างพร้อมกัน องค์สีขาวถวายรัชกาลที่ 2 ส่วนองค์สีน้ำเงินเข้ม รัชกาลที่ 4 ถ่ายแบบมาจากเจดีย์ศรีสุริโยทัยที่อยุธยา แล้วมีพระราชดำรัสว่ารัชกาลต่อไปไม่ต้องสร้างเจดีย์ประจำรัชกาลที่วัดนี้อีก
วัดโพธิ์มีเจดีย์รวม 99 องค์ มากที่สุดในประเทศ แบ่งเป็นพระมหาเจดีย์ 4 องค์ พระเจดีย์ราย 71 องค์ พระเจดีย์หมู่ห้า 20 องค์ และพระมหาสถูปทรงปรางค์ 4 องค์
พระอุโบสถและพระพุทธเทวปฏิมากร
พระอุโบสถตั้งอยู่กลางเขตพุทธาวาส มีพระระเบียงล้อมสองชั้น สร้างสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วขยายใหญ่เท่าที่เห็นในสมัยรัชกาลที่ 3
พระประธานคือพระพุทธเทวปฏิมากร พระพุทธรูปปางสมาธิที่อัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า (วัดคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน) ฐานชุกชีใต้องค์พระบรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 บานประตูด้านนอกประดับมุกเรื่องรามเกียรติ์ พนักระเบียงรอบพระอุโบสถมีหินอ่อนสลักเรื่องรามเกียรติ์เช่นกัน
ยักษ์วัดโพธิ์และตุ๊กตาศิลาจีน
ยักษ์วัดโพธิ์ตัวจริงอยู่ที่ซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑป กายสีแดงกับสีเขียว หน้าตาแบบยักษ์ในรามเกียรติ์ คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าตุ๊กตาศิลาจีนที่ยืนเฝ้าประตูวัด ซึ่งเรียกว่าลั่นถัน คือยักษ์วัดโพธิ์
ตำนานเล่าว่ายักษ์วัดโพธิ์กับยักษ์วัดแจ้งเป็นเพื่อนกัน วันหนึ่งยักษ์วัดแจ้งยืมเงินแล้วไม่คืน สองตนสู้กันจนพื้นที่แถวนั้นราบเตียน กลายเป็นชื่อท่าเตียน เรื่องฝั่งวัดแจ้งอ่านต่อได้ในประวัติวัดอรุณราชวราราม
จารึกวัดโพธิ์ ฤๅษีดัดตน และโรงเรียนแพทย์แผนโบราณ
จารึกวัดโพธิ์คือแผ่นหินจารึกตำราที่รัชกาลที่ 3 โปรดให้ทำติดไว้ตามศาลาราย พระระเบียง และเสารอบพระมหาเจดีย์ เนื้อหามีทั้งตำรายา ตำรานวด วรรณคดี สุภาษิต ประเพณี และพระพุทธศาสนา ใครเข้าวัดก็อ่านได้ วัดโพธิ์จึงถูกเรียกว่ามหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย
ยูเนสโกขึ้นทะเบียนจารึกวัดโพธิ์เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเมื่อ พ.ศ. 2551 และระดับนานาชาติเมื่อ พ.ศ. 2554 รวม 1,431 รายการ คนมักเรียกสั้นๆ ว่าวัดโพธิ์เป็นมรดกโลก ซึ่งคลาดเคลื่อน ที่ขึ้นทะเบียนคือตัวจารึก ในทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลก
ศาลารายรอบวัดมี 16 หลัง หลังที่อยู่ระหว่างพระมหาเจดีย์กับพระอุโบสถด้านเหนือเรียกว่าศาลาหมอนวด มีจารึกตำรานวดพร้อมภาพลายเส้นบอกตำแหน่งนวด ใกล้พระวิหารทิศใต้มีเขาฤๅษีดัดตน รูปปั้นชุดนี้เริ่มทำสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นรูปปั้นดิน รัชกาลที่ 3 โปรดให้หล่อใหม่ด้วยโลหะ 80 ท่า เหลืออยู่ 24 ท่า
โรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนตั้งเมื่อ 30 พฤษภาคม 2505 สอนการแพทย์แผนโบราณและนวดแผนโบราณที่ศาลารายด้านทิศตะวันออก และมีบริการนวดในวัดทุกวัน เวลา 08.00 ถึง 19.30 น. เว็บไซต์ของวัดแจ้งค่านวดไทย 30 นาที 340 บาท และ 60 นาที 520 บาท
ค่าเข้าวัดโพธิ์และเวลาเปิดปิด
ค่าเข้าวัดโพธิ์สำหรับชาวต่างชาติคือคนละ 300 บาท ต้องซื้อบัตรเข้าชม คนไทยเข้าฟรี แค่แสดงบัตรประจำตัวประชาชน
วัดโพธิ์เปิดทุกวัน 08.00 น. และปิด 19.30 น. ตามเว็บไซต์ของวัด ข้อมูลตรวจเมื่อเดือนตุลาคม 2569 เว็บไซต์อื่นหลายแห่งยังลงค่าเข้า 100 หรือ 200 บาท กับเวลาปิด 18.30 น. ซึ่งเป็นข้อมูลเก่า ควรตรวจกับวัดก่อนไป ที่เบอร์ 083-057-7100 หรือเพจ วัดโพธิ์ ท่าเตียน Wat Pho
การแต่งกายเข้าวัดโพธิ์
การแต่งกายเข้าวัดโพธิ์ต้องเป็นชุดสุภาพ วัดกำหนดไว้ชัดว่าสุภาพสตรีห้ามสวมกางเกงขาสั้นเหนือเข่า
- ถอดรองเท้าก่อนเข้าพระวิหารพระนอน พระอุโบสถ และอาคารทุกหลัง วางไว้ที่ชั้นข้างบันได ใส่รองเท้าที่ถอดง่ายจะสะดวก
- ถ่ายภาพคู่พระพุทธรูปได้ แต่ห้ามขึ้นไปบนองค์พระหรือฐานพระ
- อาสนะสงฆ์เป็นที่นั่งของพระ ไม่ขึ้นไปนั่ง
- สุภาพสตรีไม่ถูกตัวพระสงฆ์และสามเณร
การเดินทางไปวัดโพธิ์
ไปวัดโพธิ์ด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ให้ลงสถานีสนามไชย ออกทางออก 1 สถานีอยู่บนถนนสนามไชยสายเดียวกับวัด
- เรือด่วนเจ้าพระยา: ขึ้นที่ท่าช้าง หรือขึ้นที่ท่าวัดอรุณแล้วนั่งเรือข้ามฟากมาท่าเตียน
- รถประจำทาง: สาย 1, 3, 6, 9, 12, 25, 32, 44, 47, 48, 53, 82
- รถส่วนตัว: จอดได้ที่ถนนเชตุพน ค่าจอดชั่วโมงละ 20 บาท
วัดอยู่ติดพระบรมมหาราชวัง และอยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับวัดอรุณ วัดอื่นในเมืองดูได้จากรายชื่อวัดในกรุงเทพน่าไปทำบุญ ส่วนข้อมูลที่ตั้งของวัดอยู่ในหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ศาลาหรีดเป็นร้านพวงหรีดออนไลน์ส่งด่วน สอบถามได้ทาง LINE @350kruft




