บังสุกุล คือพิธีที่พระสงฆ์พิจารณาผ้าซึ่งเจ้าภาพทอดถวาย พร้อมสวดบทที่เตือนถึงความไม่เที่ยงของชีวิต เพื่ออุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ อ่านว่า บัง-สุ-กุน
บังสุกุลตายทำให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว บังสุกุลเป็นทำให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่
สรุปบังสุกุล คืออะไร ทำเมื่อไร เตรียมอะไร
|
คำถาม |
คำตอบ |
|---|---|
|
บังสุกุล คืออะไร |
พิธีที่พระสงฆ์พิจารณาผ้า อุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ |
|
แปลว่าอะไร |
ผ้าเปื้อนฝุ่น มาจากภาษาบาลีว่า ปังสุกูละ |
|
บังสุกุลตาย |
ทำให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว |
|
บังสุกุลเป็น |
ทำให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ |
|
ทำเมื่อไร |
วันฌาปนกิจ ทำบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วัน ทำบุญอัฐิ สงกรานต์ |
|
เตรียมอะไร |
ผ้าสำหรับทอด ภูษาโยงหรือสายสิญจน์ รูปหรืออัฐิ ปัจจัย |
|
ใช้เวลานานไหม |
ประมาณ 10 ถึง 15 นาที |
รายละเอียดของพิธีต่างกันได้ตามวัดและท้องถิ่น ให้ยึดตามที่พระสงฆ์หรือมัคนายกแนะนำในงานจริง
บังสุกุล คืออะไร
บังสุกุล คือชื่อเรียกทั้งผ้าและพิธี เดิมหมายถึงผ้าที่พระภิกษุเก็บจากกองฝุ่นหรือผ้าห่อศพมาซักย้อมทำจีวร ปัจจุบันหมายถึงพิธีที่พระสงฆ์ชักผ้าซึ่งเจ้าภาพทอดไว้ให้
คำว่า บังสุกุล แปลว่า เปื้อนฝุ่น ในสมัยพุทธกาลพระภิกษุใช้ผ้าที่ไม่มีเจ้าของ เมื่อจะหยิบผ้าจากศพ ท่านจะพิจารณาความไม่เที่ยงของสังขารไปด้วย ธรรมเนียมนี้กลายมาเป็นการที่ญาตินำผ้าไปวางใกล้ศพหรืออัฐิ เพื่อให้พระสงฆ์มาพิจารณาแล้วรับผ้าไป
บุญที่เกิดขึ้นมาจากการถวายผ้าแก่พระสงฆ์ แล้วเจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศบุญนั้นให้ผู้ล่วงลับ คำที่ถูกคือ บังสุกุล ไม่ใช่ บังสกุล
ผ้าบังสุกุล คือผ้าอะไร
ผ้าบังสุกุล คือผ้าที่เจ้าภาพเตรียมไว้ทอดให้พระสงฆ์พิจารณา ใช้ได้ทั้งผ้าไตรเต็มชุดและผ้าผืนเดียว
- ผ้าไตร ครบชุดสามผืน นิยมใช้ในวันฌาปนกิจสำหรับประธานและแขกผู้ใหญ่
- สบง หรือจีวร ผืนเดียว ใช้ในงานทำบุญทั่วไป
- ผ้าอาบน้ำฝน หรือผ้าเช็ดตัว ใช้ได้เมื่อมีพระสงฆ์หลายรูปและต้องการผ้าจำนวนมาก
จำนวนผ้าเท่ากับจำนวนพระสงฆ์ที่นิมนต์มาพิจารณา หรือเท่ากับจำนวนแขกที่เจ้าภาพเชิญให้ทอดผ้า ร้านสังฆภัณฑ์มีชุดผ้าไตรบังสุกุลจัดไว้ให้ ดูของถวายอื่นที่ใช้คู่กันได้ที่บทความของถวายสังฆทาน
บังสุกุลตาย และบทสวด
บังสุกุลตาย คือการบังสุกุลให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว เป็นแบบที่ทำในงานศพและงานทำบุญอัฐิทั่วไป เมื่อพูดว่าบังสุกุลเฉยๆ มักหมายถึงแบบนี้
บทที่พระสงฆ์สวดขณะจับผ้าคือ
"อะนิจจา วะตะ สังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปะสะโม สุโข"
คำแปลโดยสรุป สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบระงับแห่งสังขารเหล่านั้นเป็นสุข
เจ้าภาพและแขกไม่ต้องสวดตาม พนมมือฟัง แล้วกรวดน้ำเมื่อพระสงฆ์ให้พร
บังสุกุลเป็น และบทสวด
บังสุกุลเป็น คือการบังสุกุลให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ใช้บทสวดที่เตือนว่าร่างกายนี้อีกไม่นานก็ต้องทอดทิ้งไป นิยมทำในวันเกิด เมื่อหายป่วย หรือเมื่อต้องการตั้งต้นใหม่
บทที่พระสงฆ์สวดคือ
"อะจิรัง วะตะยัง กาโย ปะฐะวิง อะธิเสสสะติ ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ นิรัตถังวะ กะลิงคะรัง"
คำแปลโดยสรุป ร่างกายนี้ไม่นานหนอ จักนอนทับแผ่นดิน ปราศจากวิญญาณ ถูกทอดทิ้ง เหมือนท่อนไม้ที่ไร้ประโยชน์
|
หัวข้อ |
บังสุกุลตาย |
บังสุกุลเป็น |
|---|---|---|
|
ทำให้ใคร |
ผู้ที่เสียชีวิตแล้ว |
ผู้ที่ยังมีชีวิต |
|
บทสวดขึ้นต้น |
อะนิจจา วะตะ สังขารา |
อะจิรัง วะตะยัง กาโย |
|
โอกาส |
งานศพ ทำบุญอัฐิ |
วันเกิด หายป่วย ทำบุญต่ออายุ |
|
จุดประสงค์ |
อุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ |
เตือนสติเรื่องความไม่ประมาท |
บางวัดทำสองแบบต่อเนื่องกัน โดยให้ผู้ทำพิธีนอนคลุมผ้าขาวขณะพระสวดบังสุกุลตาย แล้วลุกหรือกลับด้านเมื่อสวดบังสุกุลเป็น วิธีปฏิบัติของแต่ละวัดไม่เหมือนกัน ส่วนเรื่องช่วยต่ออายุหรือสะเดาะเคราะห์เป็นความเชื่อ สาระทางธรรมของบทสวดคือการเตือนให้ไม่ประมาทในชีวิต
มาติกาบังสุกุล คืออะไร
มาติกาบังสุกุล คือพิธีที่พระสงฆ์สวดมาติกาก่อน แล้วจึงพิจารณาผ้าบังสุกุลต่อเนื่องกัน เป็นพิธีที่ทำหน้าศพก่อนเคลื่อนไปเมรุ และในงานทำบุญครบรอบวันตาย
มาติกา คือหัวข้อแม่บทของพระอภิธรรม บทที่ได้ยินขึ้นต้นว่า กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา เมื่อสวดจบ เจ้าภาพจึงทอดผ้าและพระสงฆ์พิจารณาผ้า
ในการ์ดหรือกำหนดการงานศพจึงมักเขียนรวมว่า สวดมาติกาบังสุกุล ต่างจากการสวดอภิธรรมตอนกลางคืน ซึ่งเป็นการสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์โดยย่อและไม่มีการทอดผ้า
วิธีทอดผ้าบังสุกุล
ทอดผ้าบังสุกุลทำโดยวางผ้าขวางบนภูษาโยงหรือสายสิญจน์ที่โยงมาจากศพหรืออัฐิ แล้วถอยออกมาพนมมือรอพระสงฆ์พิจารณาผ้า
- เจ้าหน้าที่หรือเจ้าภาพคลี่ภูษาโยงหรือสายสิญจน์จากโลง โกศ หรือรูปผู้ล่วงลับ มาวางตรงหน้าที่นั่งพระสงฆ์
- ผู้ทอดผ้ารับผ้าด้วยสองมือ ประคองระดับอก เดินเข้าไปอย่างสำรวม
- วางผ้าขวางบนภูษาโยง ตรงหน้าพระสงฆ์แต่ละรูป ไม่วางผ้าลงบนพื้นโดยตรง
- ถอยออกมา ยกมือไหว้ แล้วนั่งหรือยืนพนมมือ
- พระสงฆ์จับผ้า สวดบทบังสุกุล แล้วชักผ้าไป
- เจ้าภาพกรวดน้ำอุทิศบุญเมื่อพระสงฆ์ให้พร
ระวังไม่เดินข้ามภูษาโยงหรือสายสิญจน์ ถ้าเป็นการทอดผ้าบนเมรุในวันฌาปนกิจ พิธีกรจะขานชื่อผู้ทอดทีละท่าน ผู้ทอดขึ้นไปวางผ้าบนพานหน้าโลง แล้วรอพระสงฆ์ขึ้นมาพิจารณา หลังจากนั้นจึงเป็นช่วงที่แขกขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งดูท่าทางได้ที่บทความวิธีวางดอกไม้จันทน์
ของที่ต้องเตรียมเมื่อทำบังสุกุลให้ผู้ล่วงลับ
ทำบังสุกุลให้ผู้ล่วงลับต้องเตรียมของหลัก 5 อย่าง ส่วนอื่นวัดมีให้หรือแนะนำเพิ่มได้
- ผ้าบังสุกุล จำนวนเท่ากับพระสงฆ์ที่นิมนต์
- ภูษาโยงหรือสายสิญจน์ วัดส่วนใหญ่มีให้
- รูป อัฐิ หรือรายชื่อผู้ล่วงลับ เขียนชื่อและนามสกุลให้ครบ ถ้าทำรวมหลายท่านเขียนลงกระดาษแผ่นเดียวได้
- ดอกไม้ ธูป เทียน สำหรับจุดบูชาพระและเคารพผู้ล่วงลับ
- ปัจจัยถวายพระและน้ำสำหรับกรวด ใส่ซองแยกตามจำนวนพระสงฆ์
ถ้าทำที่วัดโดยไม่ได้จัดงาน แจ้งพระหรือเจ้าหน้าที่วัดว่าต้องการบังสุกุลให้ผู้ล่วงลับ บอกชื่อ แล้วถวายผ้าและปัจจัย วัดจะจัดพระสงฆ์ให้ตามความเหมาะสม ใช้เวลาไม่นาน และทำพร้อมการถวายสังฆทานได้
โอกาสที่นิยมทำบังสุกุล
บังสุกุลทำได้ทุกครั้งที่ต้องการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับ ไม่จำกัดวัน
- วันฌาปนกิจ ทอดผ้าบังสุกุลบนเมรุก่อนเผา
- วันเก็บอัฐิ พระสงฆ์บังสุกุลอัฐิในเช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนนำไปบรรจุหรือลอยอังคาร
- ทำบุญ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน ดูลำดับพิธีได้ที่บทความทำบุญ 50 วัน และทำบุญ 100 วัน
- วันสงกรานต์ หลายครอบครัวนำอัฐิหรือรายชื่อบรรพบุรุษไปทำบุญที่วัด รายละเอียดต่างกันตามท้องถิ่น
- วันครบรอบวันตาย วันสารท และวันสำคัญของครอบครัว
บังสุกุลกับการส่งพวงหรีด
บังสุกุลเป็นส่วนของเจ้าภาพและญาติ แขกทั่วไปไม่ต้องเตรียมผ้ามาเอง เว้นแต่เจ้าภาพเชิญให้เป็นผู้ทอด แขกมาร่วมงาน ร่วมทำบุญ หรือส่งพวงหรีดได้ตามปกติ
ผู้ที่ไปร่วมงานไม่ได้ ศาลาหรีดเป็นร้านพวงหรีดส่งถึงศาลาวัด มีทั้งพวงหรีดดอกไม้สดและพวงหรีดพัดลม แจ้งชื่อวัด ศาลา และข้อความบนป้ายทาง LINE ของร้าน ได้ทุกวัน




