แจ้งตายต้องทำภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ ที่สำนักงานเขต เทศบาล หรือที่ว่าการอำเภอของท้องที่ที่เสียชีวิต โดยใช้บัตรประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประชาชนของผู้ตาย และหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
เมื่อแจ้งแล้วจะได้ใบมรณบัตร ซึ่งเป็นเอกสารที่วัดใช้ประกอบการเผา และครอบครัวต้องใช้ทำธุระต่อเกือบทุกเรื่อง
สรุปการแจ้งตาย ที่ไหน ภายในกี่วัน ใช้เอกสารอะไร
|
คำถาม |
คำตอบ |
|---|---|
|
ต้องแจ้งภายในเมื่อไร |
24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ |
|
แจ้งที่ไหน |
สำนักงานเขต เทศบาล หรือที่ว่าการอำเภอ ของท้องที่ที่เสียชีวิต |
|
ใครเป็นผู้แจ้ง |
เจ้าบ้าน ผู้ที่ไปกับผู้ตาย ผู้พบศพ หรือผู้ได้รับมอบหมาย |
|
เอกสารหลัก |
บัตรประชาชนผู้แจ้ง บัตรประชาชนผู้ตาย หนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1 |
|
ได้เอกสารอะไร |
ใบมรณบัตร (ท.ร.4) |
|
ค่าธรรมเนียม |
ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการแจ้งตาย |
|
เวลาทำการ |
วันจันทร์ถึงศุกร์ 08.30 ถึง 16.30 น. บางเขตเปิดวันเสาร์ |
|
สอบถาม |
สายด่วนกรมการปกครอง 1548 |
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปจากคู่มือประชาชนของสำนักทะเบียน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีซับซ้อนให้สอบถามสำนักทะเบียนในพื้นที่โดยตรง
แจ้งตายภายในกี่วัน
แจ้งตายต้องทำภายใน 24 ชั่วโมง ไม่ได้นับเป็นวัน โดยนับจากเวลาตาย หรือเวลาพบศพถ้าไม่มีใครอยู่ด้วยขณะเสียชีวิต
ตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ท้องที่ที่การเดินทางไม่สะดวกอาจขยายเวลาได้ แต่ไม่เกิน 7 วัน และผู้มีหน้าที่แจ้งที่ไม่แจ้งภายในกำหนดมีโทษปรับ
ถ้าเลยกำหนดไปแล้วยังแจ้งได้ เรียกว่าการแจ้งตายเกินกำหนด นายทะเบียนจะสอบข้อเท็จจริงและพยานเพิ่ม ใช้เวลานานกว่าปกติ จึงควรแจ้งให้เร็วที่สุด ในทางปฏิบัติครอบครัวมักแจ้งภายในวันเดียวกันหรือเช้าวันทำการถัดไป เพราะวัดต้องใช้ใบมรณบัตรประกอบการเผา
แจ้งตายที่ไหน
แจ้งตายที่สำนักทะเบียนของท้องที่ที่เสียชีวิต ไม่ใช่ท้องที่ตามทะเบียนบ้านของผู้ตาย
- กรุงเทพมหานคร ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่เสียชีวิต
- ในเขตเทศบาล สำนักทะเบียนท้องถิ่นที่สำนักงานเทศบาล
- นอกเขตเทศบาล สำนักทะเบียนอำเภอที่ที่ว่าการอำเภอ หรือแจ้งผ่านผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้ง
ตัวอย่างเช่น ผู้ตายมีชื่อในทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่ แต่เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเขตราชเทวี ให้แจ้งที่สำนักงานเขตราชเทวี สำนักทะเบียนจะส่งข้อมูลไปจำหน่ายชื่อในทะเบียนบ้านที่เชียงใหม่ให้เอง
แจ้งตายออนไลน์ยังไม่ได้ ต้องไปที่สำนักทะเบียนด้วยตนเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นไปแทน
แจ้งตายใช้เอกสารอะไรบ้าง
แจ้งตายใช้เอกสารหลัก 3 อย่าง คือ บัตรประชาชนของผู้แจ้ง บัตรประชาชนของผู้ตาย และหนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1 ที่โรงพยาบาลออกให้
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง ฉบับจริง
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย (ถ้ามี)
- หนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1 กรณีเสียชีวิตในสถานพยาบาล หรือได้รับการรักษาก่อนเสียชีวิต
- สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14) ที่ผู้ตายมีชื่ออยู่ (ถ้ามี)
- ใบรับแจ้งการตายจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน กรณีแจ้งผ่านผู้ใหญ่บ้านมาก่อน
- บันทึกประจำวันหรือเอกสารจากตำรวจ กรณีเสียชีวิตผิดธรรมชาติ
- หนังสือมอบหมาย พร้อมสำเนาบัตรของผู้มอบ กรณีผู้แจ้งไม่ใช่เจ้าบ้านหรือญาติที่อยู่ด้วยขณะเสียชีวิต
นายทะเบียนจะถามด้วยว่าจะจัดการศพด้วยวิธีใด ที่ไหน เช่น เผาที่วัดใด เพื่อบันทึกลงในใบมรณบัตร จึงควรรู้ชื่อวัดก่อนไปแจ้ง
ขั้นตอนเมื่อเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
เมื่อเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขั้นตอนเริ่มที่การรับหนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล แล้วนำไปแจ้งที่สำนักงานเขตหรืออำเภอของท้องที่ที่โรงพยาบาลตั้งอยู่
- รับหนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1 จากโรงพยาบาล ตรวจชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนให้ถูกต้อง
- นำเอกสารไปแจ้งตายที่สำนักทะเบียนของท้องที่นั้นภายใน 24 ชั่วโมง
- รับใบมรณบัตร ตรวจตัวสะกดและวันเวลาที่เสียชีวิตก่อนออกจากสำนักทะเบียน
- ติดต่อวัดเพื่อจองศาลาและเมรุ แล้วเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตไปวัด
โรงพยาบาลขนาดใหญ่บางแห่งมีเจ้าหน้าที่ช่วยประสานเรื่องนี้ ถ้าเสียชีวิตนอกเวลาราชการ โรงพยาบาลจะเก็บรักษาร่างไว้ และครอบครัวไปแจ้งได้ในวันทำการถัดไป
ขั้นตอนเมื่อเสียชีวิตที่บ้าน
เมื่อเสียชีวิตที่บ้านด้วยโรคหรือชราภาพ เจ้าบ้านเป็นผู้มีหน้าที่แจ้งตายภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่มีเจ้าบ้าน ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
- แจ้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือสำนักทะเบียนของท้องที่ ว่ามีผู้เสียชีวิตในบ้าน
- ถ้าผู้ตายมีประวัติรักษาตัว เตรียมเอกสารการรักษาหรือหนังสือรับรองจากแพทย์ไปด้วย
- ถ้าแจ้งผ่านผู้ใหญ่บ้าน จะได้ใบรับแจ้งการตาย นำใบนี้ไปยื่นที่อำเภอหรือเทศบาลเพื่อออกใบมรณบัตร
- รับใบมรณบัตร แล้วจึงติดต่อวัด
ถ้าไม่แน่ใจสาเหตุการเสียชีวิต หรือเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่มีประวัติโรค ให้แจ้งตำรวจก่อน และไม่เคลื่อนย้ายร่างจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึง
ขั้นตอนเมื่อเสียชีวิตนอกบ้านหรือผิดธรรมชาติ
เมื่อเสียชีวิตนอกบ้าน ผู้ที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพต้องแจ้งต่อสำนักทะเบียนของท้องที่ที่เสียชีวิตหรือพบศพ หรือแจ้งต่อตำรวจ ภายใน 24 ชั่วโมง
การตายผิดธรรมชาติ ได้แก่ อุบัติเหตุ ถูกทำร้าย ฆ่าตัวตาย ถูกสัตว์ทำร้าย หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องมีการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายก่อน
- แจ้งตำรวจท้องที่ทันที
- เจ้าหน้าที่และแพทย์ชันสูตร แล้วออกเอกสารให้ญาติ
- นำเอกสารจากตำรวจและหนังสือรับรองการตายไปแจ้งที่สำนักทะเบียน
- รับใบมรณบัตร แล้วจึงรับร่างไปประกอบพิธี
กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ ให้ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้น
ใบมรณบัตร คืออะไร ใช้ทำอะไร
ใบมรณบัตร คือเอกสารราชการที่รับรองการตายของบุคคล มีชื่อแบบว่า ท.ร.4 ระบุชื่อผู้ตาย วันเวลาและสถานที่ตาย สาเหตุการตาย และวิธีจัดการศพ
|
เรื่องที่ต้องทำ |
หน่วยงาน |
ใช้ใบมรณบัตรอย่างไร |
|---|---|---|
|
เผาหรือฝัง |
วัด สุสาน |
ยื่นฉบับจริงหรือสำเนาให้วัดตรวจ |
|
จำหน่ายชื่อจากทะเบียนบ้าน |
สำนักทะเบียน |
ทำพร้อมการแจ้งตาย |
|
เงินค่าทำศพและสิทธิประกันสังคม |
สำนักงานประกันสังคม |
แนบสำเนา |
|
ประกันชีวิต |
บริษัทประกัน |
แนบสำเนารับรอง |
|
บัญชีธนาคาร ที่ดิน รถ |
ธนาคาร สำนักงานที่ดิน ขนส่ง |
ใช้คู่กับเอกสารทายาทหรือผู้จัดการมรดก |
|
ฌาปนกิจสงเคราะห์ |
กองทุนหรือสมาคมที่ผู้ตายเป็นสมาชิก |
แนบสำเนา |
ควรถ่ายสำเนาไว้อย่างน้อย 10 ชุดตั้งแต่วันแรก และเก็บฉบับจริงไว้กับผู้ที่ดูแลเอกสารของครอบครัวเพียงคนเดียว
คัดใบมรณบัตร และขอใบมรณบัตรใหม่
คัดใบมรณบัตรทำได้ที่สำนักทะเบียน โดยผู้มีส่วนได้เสีย เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือทายาท ยื่นคำขอคัดและรับรองสำเนารายการ
เอกสารที่ใช้โดยทั่วไป
- บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอ
- หลักฐานแสดงความเกี่ยวข้องกับผู้ตาย เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือทะเบียนสมรส
- ข้อมูลของผู้ตาย ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และวันที่เสียชีวิต
กรณีขอของบรรพบุรุษที่เสียชีวิตมานาน เช่น ปู่ย่า ข้อมูลอาจยังไม่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ต้องขอคัดที่สำนักทะเบียนที่รับแจ้งการตายในครั้งนั้น และอาจต้องใช้เวลาค้นเอกสาร
ถ้าต้องใช้ใบมรณบัตรภาษาอังกฤษ เช่น ยื่นต่างประเทศ สอบถามสำนักทะเบียนเรื่องการคัดรับรองรายการเป็นภาษาอังกฤษได้ ค่าธรรมเนียมการคัดสำเนาเป็นไปตามที่สำนักทะเบียนกำหนด
สิ่งที่ต้องทำหลังได้ใบมรณบัตร
หลังได้ใบมรณบัตร ครอบครัวจึงเริ่มจัดงานได้เต็มรูปแบบ
- จองศาลาและเมรุกับวัด แจ้งจำนวนคืนที่จะสวดอภิธรรม
- แจ้งข่าวญาติและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดการ
- เตรียมของที่ใช้ในงาน เช่น ของชำร่วยงานศพ
- หลังฌาปนกิจ เก็บอัฐิ แล้วบรรจุหรือลอยอังคาร
- ยื่นเรื่องสิทธิต่างๆ บางรายการมีกำหนดเวลา ควรตรวจกับหน่วยงานตั้งแต่สัปดาห์แรก
- เตรียมทำบุญ 100 วัน
ฝั่งญาติและเพื่อนที่ได้รับข่าว ถ้าไปร่วมงานไม่ได้ ดูได้ว่าควรส่งพวงหรีดวันไหน ศาลาหรีดรับสั่งพวงหรีดส่งถึงศาลา มีทั้งพวงหรีดดอกไม้สดและพวงหรีดพัดลม แจ้งชื่อวัดและศาลาทาง LINE ของร้าน ได้ทุกวัน




