บทความจากศาลาหรีด

ประวัติวัดไชยวัฒนาราม อยุธยา วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาสมัยพระเจ้าปราสาททอง

ประวัติวัดไชยวัฒนาราม อยุธยา วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาสมัยพระเจ้าปราสาททอง

วัดไชยวัฒนารามเป็นโบราณสถานสมัยอยุธยา อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมือง ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2173 บนที่ซึ่งเคยเป็นนิวาสสถานของพระราชมารดา กลางวัดมีปรางค์ประธานองค์ใหญ่ ล้อมด้วยปรางค์มุม 4 องค์และเมรุทิศเมรุราย 8 องค์ ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร เป็นผู้ดูแล

สรุปข้อมูลวัดไชยวัฒนาราม

เรื่อง

ข้อมูล

ประเภท

โบราณสถาน ขึ้นทะเบียนเมื่อ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478

ผู้สร้าง

สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

ปีที่สร้าง

พ.ศ. 2173

ที่ดินเดิม

นิวาสสถานของพระราชมารดาของพระเจ้าปราสาททอง

ที่ตั้ง

ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จุดสังเกต

ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมือง

สิ่งก่อสร้างหลัก

ปรางค์ประธาน ปรางค์มุม 4 องค์ ระเบียงคด เมรุทิศเมรุราย 8 องค์ พระอุโบสถ เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง 2 องค์

บูรณะครั้งใหญ่

กรมศิลปากร พ.ศ. 2530 ถึง 2535

ผู้ดูแล

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร

เวลาเปิดและค่าเข้าชม

เช็กกับอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก่อนไป

สรุปวัดไชยวัฒนาราม อยุธยา พระเจ้าปราสาททองสร้าง พ.ศ. 2173 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีปรางค์ประธานและเมรุทิศเมรุราย 8 องค์

ประวัติวัดไชยวัฒนาราม ใครสร้างและสร้างสมัยไหน

สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างวัดไชยวัฒนารามเมื่อ พ.ศ. 2173 ฐานข้อมูลศิลปกรรมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรเขียนว่า พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายฉบับให้ปีสร้างตรงกัน ททท. ลงว่าพระองค์เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาองค์ที่ 24 ครองราชย์ พ.ศ. 2173 ถึง 2198 วัดจึงสร้างในปีแรกของรัชกาล

ที่ดินของวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของพระราชมารดา ซึ่งสิ้นพระชนม์ก่อนพระเจ้าปราสาททองขึ้นครองราชย์ พอได้ราชสมบัติจึงโปรดให้สร้างวัดบนที่นั้น อุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา

วิกิพีเดียบันทึกข้อสันนิษฐานอีกข้อไว้ว่า วัดนี้อาจสร้างเป็นอนุสรณ์ชัยชนะเหนือเขมรด้วย ฉบับภาษาอังกฤษระบุว่าเป็นความเห็นของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอ้างพระราชพงศาวดารว่า เมื่อสร้างวัดเสร็จ พระเจ้าปราสาททองถวายพระนามเจ้าอธิการวัดว่าพระอชิตเถระ เป็นพระราชาคณะฝ่ายอรัญวาสี

วัดไชยวัฒนารามสมัยก่อน จากวัดร้างสู่การบูรณะ

วัดไชยวัฒนารามร้างมาตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พ.ศ. 2310 จนกรมศิลปากรเข้ามาขุดแต่งและบูรณะช่วง พ.ศ. 2530 ถึง 2535

  1. พ.ศ. 2173 สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างวัด
  2. 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน
  3. พ.ศ. 2530 ถึง 2535 กรมศิลปากรขุดแต่งและบูรณะครั้งใหญ่ทั้งวัด
  4. พ.ศ. 2554 น้ำท่วมใหญ่ทำให้โบราณสถานในวัดเสียหาย
  5. พ.ศ. 2555 ถึง 2567 กรมศิลปากรทำโครงการฟื้นฟูบูรณะร่วมกับกองทุนโบราณสถานโลก (WMF) โดยมีกองทุน AFCP ของสหรัฐอเมริกาสนับสนุน ทั้งออกแบบแนวกันน้ำและบูรณะเมรุทิศเมรุราย

วิกิพีเดียเล่าช่วงที่ร้างไว้ว่า ก่อนกรุงแตกวัดถูกแปลงเป็นค่ายตั้งรับศึก หลังจากนั้นมีคนเข้ามาลักขุดหาสมบัติ ตัดเศียรพระพุทธรูป และรื้ออิฐไปขาย

ไทยโพสต์รายงานเมื่อพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ว่าโครงการที่ได้ทุน AFCP ปิดลงแล้ว บูรณะเมรุไป 4 องค์ องค์ที่เหลือกรมศิลปากรจะทำต่อเอง

ปรางค์ประธานและปรางค์มุม จุดเด่นของวัดไชยวัฒนาราม

จุดเด่นของวัดไชยวัฒนารามคือปรางค์ประธานองค์ใหญ่กลางวัด ตั้งอยู่บนฐานไพทีเดียวกับปรางค์มุมขนาดเล็ก 4 องค์ที่อยู่ประจำมุมทั้งสี่

ปรางค์ประธานองค์นี้รื้อฟื้นแบบปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้นกลับมาใช้ ททท. ยกตัวอย่างปรางค์รุ่นก่อนไว้สองแห่ง คือวัดมหาธาตุ อยุธยากับวัดราชบูรณะ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์ว่าสถาปัตยกรรมของวัดมีกลิ่นอายปราสาทขอม

วิกิพีเดียภาษาอังกฤษลงความสูงของปรางค์ประธานไว้ 35 เมตร ส่วนศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรเขียนว่าเป็นปรางค์องค์ใหญ่องค์สุดท้ายของสมัยอยุธยา

เมรุทิศเมรุราย 8 องค์และระเบียงคด

เมรุทิศเมรุรายคืออาคารทรงปราสาทยอด 8 องค์ ตั้งอยู่ตามทิศทั้งแปดของระเบียงคดที่ล้อมปรางค์ประธาน องค์ที่อยู่กลางด้านเรียกเมรุทิศ องค์ที่อยู่ตรงมุมเรียกเมรุรายหรือเมรุมุม

วัดไชยวัฒนารามจากมุมสูง ปรางค์ประธานอยู่กลาง เมรุยอดแหลมล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยม ด้านหลังเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาและเมืองอยุธยา

ในเมรุประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง รวม 12 องค์ ผนังด้านในมีจิตรกรรมฝาผนัง ระเบียงคดที่เชื่อมเมรุแต่ละองค์มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยเรียงอยู่ตลอดแนว วิกิพีเดียลงว่าเดิมระเบียงคดมีหลังคา และมีพระพุทธรูป 120 องค์

วิกิพีเดียเขียนว่าเมรุแต่ละองค์ซ้อนชั้นลดหลั่นขึ้นไป 7 ชั้น ผนังด้านนอกเคยมีปูนปั้นพุทธประวัติ 12 ภาพซึ่งเลือนไปมากแล้ว และชื่อเมรุมาจากพระเมรุที่ใช้ถวายพระเพลิงพระบรมศพกษัตริย์อยุธยา

ผังแบบนี้นักวิชาการอธิบายว่าจำลองจักรวาล ปรางค์ประธานแทนเขาพระสุเมรุ ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม ให้ความเห็นว่าเมรุทิศเมรุรายคือกำแพงจักรวาล ล้อมทวีปทั้งสี่ซึ่งแทนด้วยปรางค์มุม 4 องค์

พระอุโบสถและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง

พระอุโบสถของวัดไชยวัฒนารามอยู่นอกระเบียงคดทางทิศตะวันออก ฝั่งที่หันออกแม่น้ำ ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน ทางเหนือและใต้ของพระอุโบสถมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองข้างละองค์

พระพุทธรูปนั่งสององค์ห่มผ้าสีเหลืองบนฐานอิฐด้านหน้าปรางค์ประธานวัดไชยวัฒนาราม มีเมรุยอดแหลมอยู่สองข้าง

ททท. เขียนว่าในพระอุโบสถมีซากพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยหินทราย ในภาพคือพระพุทธรูปสององค์บนฐานอิฐด้านหน้าปรางค์ประธาน

วัดไชยวัฒนาราม ความสำคัญในสมัยอยุธยา

วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่พระมหากษัตริย์อยุธยาใช้บำเพ็ญพระราชกุศล และใช้เป็นที่ถวายพระเพลิงพระศพเจ้านาย ททท. ลงว่าวัดนี้เป็นที่ฝังพระศพเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) กวีสมัยอยุธยาตอนปลาย กับเจ้าฟ้าสังวาล

ในทางศิลปะ วัดนี้เป็นตัวอย่างของผังวัดที่จำลองจักรวาลตามคติเขาพระสุเมรุ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรมองว่าวัดยังสะท้อนธรรมเนียมที่กษัตริย์กับเจ้านายอยุธยายกเรือนเดิมให้เป็นวัด

เรื่องมรดกโลก แหล่งข้อมูลลงไม่ตรงกัน ไทยโพสต์เขียนว่าวัดเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาที่ยูเนสโกประกาศเป็นมรดกโลก ส่วนวิกิพีเดียภาษาอังกฤษลงว่าตัววัดอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ แต่อยู่นอกเขตที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก

วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา อยู่ที่ไหนและไปอย่างไร

วัดไชยวัฒนารามอยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก นอกเกาะเมือง

จากวัดในเกาะเมืองต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งตะวันตก ให้เปิดแผนที่นำทางแล้วค้นชื่อวัด เดลินิวส์ลงจุดสังเกตไว้ว่าวัดอยู่ฝั่งตรงข้ามพระตำหนักสิริยาลัย

จะไปหลายวัดในวันเดียว ดูเส้นทางไหว้พระ 9 วัดอยุธยาได้ ส่วนประวัติของวัดใหญ่ชัยมงคลกับวัดพนัญเชิงแยกไว้อีกบทความ

วัดไชยวัฒนาราม เปิดกี่โมง ค่าเข้าเท่าไร

ททท. ลงว่าวัดไชยวัฒนารามจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 08.00 ถึง 17.00 น. และเปิดให้ชมถึง 18.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท หน้านั้นไม่ได้ลงวันที่อัปเดต โทรเช็กกับสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก่อนไปได้ที่เบอร์ 0 3524 2286 ตามที่ ททท. ลงไว้

ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท ตรงกับข่าวของกรมศิลปากรเมื่อปี 2566 ส่วนค่าเข้าชมชาวต่างชาติ ททท. ลง 80 บาท ข่าวปี 2566 ลง 50 บาท

บางวันกรมศิลปากรงดเก็บค่าเข้าชม ข่าวสดรายงานว่าช่วง 29 ธันวาคม 2566 ถึง 1 มกราคม 2567 เปิดให้เข้าโบราณสถานในความดูแลทุกแห่งโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม

วัดไชยวัฒนารามเปิดไฟกลางคืน

วัดไชยวัฒนารามเปิดไฟกลางคืนเป็นช่วงๆ ตามที่กรมศิลปากรประกาศ สองรอบที่ผ่านมาอยู่ช่วงปลายปีถึงต้นปี

  1. ตุลาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2566 งาน "ราตรีนี้...ที่วัดไชยวัฒนาราม" เปิดวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 18.00 ถึง 22.00 น. ซื้อบัตรได้ถึง 21.00 น.
  2. ธันวาคม พ.ศ. 2568 ถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 งาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" เปิดวันศุกร์ถึงอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถึง 21.30 น.

ประชาชาติธุรกิจรายงานว่างานปี 2566 ต่อเวลาไปถึงสิ้นเมษายน พ.ศ. 2567 ส่วนเวลาเริ่มของงานปี 2568 เดลินิวส์ลง 16.30 น. Time Out ลง 15.00 น.

รอบปลายปี 2569 ยังไม่พบประกาศ ให้ดูประกาศของกรมศิลปากรหรืออุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก่อนวางแผน

แต่งชุดไทยถ่ายรูปและข้อห้ามในโบราณสถาน

แต่งชุดไทยเข้าไปถ่ายรูปในวัดไชยวัฒนารามได้ โดยซื้อบัตรเข้าชมตามปกติ กระแสนี้เริ่มจากละครบุพเพสันนิวาสเมื่อปี 2561 ครั้งนั้นอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจัดกิจกรรม "แต่งชุดไทย ชมวัดไชยวัฒนาราม" และงานเปิดไฟกลางคืนปี 2566 กับปี 2568 ก็ชวนคนแต่งชุดไทยมาถ่ายรูปเหมือนกัน

ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561 ว่าอุทยานเตือนข้อห้าม 6 ข้อตามกฎกระทรวงวัฒนธรรม

  1. ไม่เคลื่อนย้ายสิ่งของในโบราณสถาน
  2. ไม่ขีดเขียนลงบนโบราณสถาน
  3. ไม่นำอาวุธ วัตถุระเบิด เชื้อเพลิง หรือสารเคมีอันตรายเข้าไป
  4. ไม่ปีนป่ายโบราณสถาน หรือทำให้ชำรุดและสกปรก
  5. ไม่ทิ้งขยะนอกจุดที่จัดไว้
  6. ไม่ทำสิ่งที่เสื่อมเสียต่อศีลธรรม ลบหลู่ศาสนาและวัฒนธรรม หรือรบกวนผู้เข้าชมคนอื่น

ข่าวเดียวกันลงโทษของผู้ฝ่าฝืนไว้ว่าจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ศาลาหรีดรับสั่งพวงหรีดส่งถึงศาลาวัด ติดต่อได้ทาง LINE ของร้าน

ภาพวัดในบทความ: ภาพปกโดย Dudva สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 ภาพมุมสูงริมแม่น้ำโดย Average trinmo สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0 ภาพปรางค์ประธานกับพระพุทธรูปโดย Evilarry สาธารณสมบัติ ทั้งหมดจาก Wikimedia Commons ครอปและปรับขนาดจากต้นฉบับ ภาพปกวางกล่องชื่อบทความทับ

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประวัติวัดเทพศิรินทราวาส (วัดเทพศิรินทร์) พระอารามหลวงที่มีเมรุหลวง

ประวัติวัดเทพศิรินทราวาส (วัดเทพศิรินทร์) พระอารามหลวงที่มีเมรุหลวง

วัดเทพศิรินทราวาส หรือวัดเทพศิรินทร์ พระอารามหลวงที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้าง พ.ศ. 2419 ถนนกรุงเกษม ใกล้หัวลำโพง มีสุสานหลวงและเมรุหลวง พร้อมข้อมูลคนไปงานศพ

อ่านต่อ →
ประวัติวัดหัวลำโพง (วัดวัวลำพอง) พระอารามหลวงหน้าสถานี MRT สามย่าน

ประวัติวัดหัวลำโพง (วัดวัวลำพอง) พระอารามหลวงหน้าสถานี MRT สามย่าน

วัดหัวลำโพง เดิมชื่อวัดวัวลำพอง พระอารามหลวงชั้นตรี ริมถนนพระรามที่ 4 เขตบางรัก ลง MRT สามย่าน ทางออก 1 พร้อมเรื่องทำบุญโลงศพและข้อมูลสำหรับคนไปงานศพ

อ่านต่อ →
ประวัติวัดเสมียนนารี (วัดแคราย) พระอารามหลวงที่ตั้งชื่อตามเสมียนหญิงสองแม่ลูก

ประวัติวัดเสมียนนารี (วัดแคราย) พระอารามหลวงที่ตั้งชื่อตามเสมียนหญิงสองแม่ลูก

วัดเสมียนนารี เดิมชื่อวัดแคราย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2400 เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ย่านจตุจักร นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงลงสถานีวัดเสมียนนารี พร้อมข้อมูลสำหรับคนไปงานศพ

อ่านต่อ →

ต้องการให้ทีมงานช่วยเลือกพวงหรีด?

แจ้งงบ ชื่อวัด และเวลาที่ต้องการจัดส่ง ทีมงานช่วยแนะนำแบบและประสานงานให้ได้ทาง LINE

ปรึกษาทีมงานทาง LINE