คำถวายข้าวพระพุทธ คือ "อิมัง สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ" กล่าวหลังตั้งนะโม 3 จบ เมื่อจะยกสำรับออกให้กล่าวคำลาข้าวพระพุทธว่า "เสสัง มังคะลัง ยาจามิ"
อาหารที่ถวายพระสงฆ์ใช้อีกบทหนึ่ง คือคำถวายภัตตาหาร ขึ้นต้นว่า อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ และไม่มีคำลา
สรุปคำถวายข้าวพระพุทธ คำลาข้าว และคำถวายภัตตาหาร
|
ถวายอะไร |
บทที่ใช้ |
กล่าวตอนไหน |
|---|---|---|
|
ข้าวพระพุทธ |
อิมัง สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ |
ตั้งสำรับหน้าพระพุทธรูปแล้ว หลังนะโม 3 จบ |
|
ลาข้าวพระพุทธ |
เสสัง มังคะลัง ยาจามิ |
ก่อนยกสำรับออก |
|
น้ำที่ตั้งคู่กับข้าวพระพุทธ |
ใช้คำถวายข้าวพระพุทธ ในบทมีคำว่า อุทะกัง วะรัง (น้ำอันประเสริฐ) อยู่แล้ว |
พร้อมสำรับ |
|
ภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 4 รูปขึ้นไป |
อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ (มีต่อ) |
ก่อนพระฉัน ทั้งมื้อเช้าและมื้อเพล |
|
ภัตตาหารอุทิศให้ผู้ล่วงลับ |
บทเดียวกัน เปลี่ยน ภัตตานิ เป็น มะตะกะภัตตานิ |
ก่อนพระฉัน |
บทบาลีทั้งหมดยึดตามแบบของกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก และหนังสือสวดมนต์วัดเมตตาวนาราม หนังสือสวดมนต์แต่ละเล่มสะกดต่างกันได้บ้าง ถ้าวัดที่ไปทำบุญมีแบบของวัดเอง ให้ว่าตามที่พระท่านนำ
การถวายข้าวพระพุทธ และความหมายของข้าวพระ
ข้าวพระ หรือข้าวพระพุทธ คือสำรับอาหารที่ตั้งไว้หน้าพระพุทธรูปเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า แบบเดียวกับการบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ไม่ได้ถวายให้พระพุทธรูปฉัน และไม่ใช่การเซ่นไหว้ บางแห่งจึงเรียกว่าบูชาข้าวพระพุทธ
ธรรมเนียมนี้มาจากสมัยพุทธกาล ชาวบ้านนิมนต์พระพุทธเจ้าเป็นประธานสงฆ์ไปฉันที่บ้าน และจัดภัตตาหารถวายพระองค์เป็นพิเศษส่วนหนึ่ง เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว ชาวพุทธตั้งพระพุทธรูปเป็นประธานแทน จึงยังจัดสำรับถวายหน้าพระพุทธรูปส่วนหนึ่ง และถวายพระสงฆ์อีกส่วนหนึ่ง
ภัตตาหาร คืออาหารที่ถวายให้พระภิกษุสามเณรฉัน คำว่าถวายภัตตาหาร ถวายข้าวพระสงฆ์ และถวายอาหารพระ หมายถึงเรื่องเดียวกัน ต่างจากข้าวพระพุทธตรงที่พระสงฆ์รับไปฉันจริง
คำถวายข้าวพระพุทธ พร้อมคำแปล
คำถวายข้าวพระพุทธ หรือคำบูชาข้าวพระพุทธ กล่าวหลังตั้งนะโม 3 จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
"อิมัง สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ"
คำแปล ข้าพเจ้าขอบูชา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยโภชนาหารและน้ำนี้
หนังสือระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธแปลไว้เต็มความว่า ข้าวสุกแห่งข้าวสาลีอันสมบูรณ์ด้วยแกงและกับข้าว พร้อมกับน้ำอันประเสริฐนี้ ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้า
- สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง สมบูรณ์ด้วยแกงและกับข้าว
- สาลีนัง โอทะนัง ข้าวสุกแห่งข้าวสาลี
- อุทะกัง วะรัง น้ำอันประเสริฐ
- พุทธัสสะ ปูเชมิ ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้า
คำถวายข้าวพระพุทธแบบที่สะกดต่างกัน
|
แบบ |
ตัวบท |
พบที่ |
|---|---|---|
|
ใช้ โภชะนัง แทน โอทะนัง |
อิมัง สูปะพยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โภชะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ |
เว็บและสื่อส่วนใหญ่ |
|
บูชาครบพระรัตนตรัย |
อิมัง สูปะพยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกังวะรัง พุทธัสสะ ธัมมัสสะ สังฆัสสะ ปูเชมิ |
เว็บกัลยาณมิตร และคำตอบของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง |
|
ใช้ สาลียัง โภชะยัง สะอุทะกัง |
อิมัง สูปะพยัญชะนะสัมปันนัง สาลียัง โภชะยัง สะอุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ |
หนังสือระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธ |
แบบ โภชะนัง มักแปลว่า ข้าพเจ้าขอบูชาด้วยโภชนะข้าวสาลี พร้อมด้วยแกงกับ และน้ำอันประเสริฐนี้แด่พระพุทธเจ้า ความหมายหลักของทุกแบบตรงกัน คือบูชาพระพุทธเจ้าด้วยข้าว กับข้าว และน้ำ บ้านหรือวัดใช้แบบไหนอยู่ก็ใช้แบบนั้นต่อได้ ส่วนการเขียน สูปะพะยัญชะนะ กับ สูปะพยัญชะนะ เป็นคำเดียวกัน ต่างกันแค่วิธีถอดเสียงเป็นอักษรไทย
คำลาข้าวพระพุทธ พร้อมคำแปล
คำลาข้าวพระพุทธ คือ "เสสัง มังคะลัง ยาจามิ" แปลว่า ข้าพเจ้าขอส่วนที่เหลืออันเป็นมงคล กล่าวตอนจะยกสำรับออกจากหน้าพระพุทธรูป บางคนเรียกว่าลาอาหารพระ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเก็บคำว่า ลาข้าวพระ ไว้ว่าเป็นพิธีเมื่อถอนสำรับพระพุทธ โดยยกมือประนมกล่าวคำว่า เสสํ มงฺคลํ ยาจามิ แล้วยกสำรับออกมา
หลายเว็บเขียนว่า เสสัง มังคะลา ยาจามิ หรือ เสสัง มังคะลา ยาจามะ คอลัมน์บาลีวันละคำของชมรมธรรมธาราอธิบายว่า มังคะลัง เป็นแบบที่ถูกต้องกว่า บางแห่งเปลี่ยน ยาจามิ เป็น ยาจามะ เมื่อกล่าวพร้อมกันหลายคน
คำลานี้ใช้กับสำรับที่ตั้งบูชา ภัตตาหารที่ประเคนพระสงฆ์แล้วไม่มีคำลา และแหล่งที่อ้างอิงได้ก็ไม่มีบทบาลีสำหรับขออาหารจากพระสงฆ์ พระฉันเสร็จแล้วเจ้าภาพยกมารับประทานต่อได้ตามธรรมเนียมของงาน
วิธีถวายข้าวพระพุทธในบ้านและบนหิ้งพระ
ถวายข้าวพระพุทธในบ้านทำได้ทุกวัน ใช้บทเดียวกับที่ถวายในงานบุญ
- จัดสำรับ มีข้าวสวย กับข้าว และน้ำ จะมีของหวานหรือผลไม้ด้วยก็ได้
- วางหน้าพระพุทธรูปหรือบนหิ้งพระ
- จุดธูป 3 ดอก คุกเข่าประนมมือ ตั้งนะโม 3 จบ
- กล่าวคำถวายข้าวพระพุทธ แล้วกราบ 3 ครั้ง
- เมื่อจะยกออก กล่าวคำลาข้าวพระพุทธ กราบ 3 ครั้ง แล้วยกสำรับไปรับประทานได้
ถวายข้าวพระพุทธมีอะไรบ้าง ไม่มีรายการบังคับ ในบทกล่าวถึงข้าว แกง กับข้าว และน้ำ หนังสือระเบียบปฏิบัติของชาวพุทธแนะให้จัดเป็นสำรับเต็มชุดแบบที่ถวายพระสงฆ์ ไม่จัดถ้วยเล็กอย่างละนิดเหมือนของเซ่น ส่วนหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง ตอบผู้ถามว่าถ้วยเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ สำคัญที่ตั้งใจถวาย
เรื่องเวลา หลวงพ่อฤๅษีลิงดำตอบว่าถวายหลังเพลก็ได้ เพราะเป็นการบูชา ไม่ใช่ถวายทาน จึงไม่จำกัดเวลา หลายบ้านยังถือเวลาเดียวกับพระสงฆ์ คือถวายตอนเช้าแล้วลาก่อนเที่ยง
ถ้าตั้งข้าวพระพุทธที่วัด ท่านแนะว่าลาแล้วควรถวายพระสงฆ์ต่อ ไม่นำกลับบ้าน
คำถวายน้ำพระพุทธ
น้ำที่ตั้งคู่กับข้าวพระพุทธไม่ต้องมีคำถวายแยก คำถวายข้าวพระพุทธมีคำว่า อุทะกัง วะรัง ที่แปลว่าน้ำอันประเสริฐอยู่แล้ว
ถ้าถวายน้ำอย่างเดียว เช่น เปลี่ยนน้ำบนหิ้งพระตอนเช้า คำถวายน้ำพระที่เผยแพร่กันทั่วไปคือ
"อะระหะตาทีหิ นะวะคุเณหิ สะมันนาคะตัสสะ สัมมาสัมพุทธัสสะ อิมัง อุทะกัง เทมิ"
คำแปล ข้าพเจ้าขอถวายน้ำแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีคุณ 9 ประการ มีความเป็นพระอรหันต์ เป็นต้น
บทนี้พบในเว็บข่าวและเว็บไลฟ์สไตล์หลายแห่ง แต่ยังไม่พบในหนังสือศาสนพิธีของวัดหรือหน่วยงานที่ตรวจสอบได้ ถ้าไม่มั่นใจ ตั้งนะโม 3 จบแล้วกล่าวเป็นภาษาไทยว่าขอถวายน้ำนี้บูชาพระพุทธเจ้าก็ได้ เมื่อจะเปลี่ยนน้ำใช้คำลาเดียวกับข้าวพระพุทธ
คำถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ พร้อมคำแปล
คำถวายภัตตาหารใช้เมื่อถวายอาหารคาวหวานแด่พระสงฆ์ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป กล่าวก่อนพระฉัน หลังตั้งนะโม 3 จบ ชาวบ้านเรียกกันหลายชื่อ ทั้งคำถวายข้าวพระสงฆ์ คำถวายอาหารพระ และบทถวายภัตตาหาร
"อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ"
คำแปล ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายภัตตาหาร พร้อมของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงโปรดรับภัตตาหาร พร้อมของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ
ในบทไม่มีคำระบุมื้อ ใช้ได้ทั้งถวายภัตตาหารเช้าและถวายเพล พระสงฆ์รับประเคนอาหารได้ถึงเที่ยงวัน มื้อเพลจึงต้องประเคนให้ทันก่อนเที่ยง
หนังสือสวดมนต์บางเล่มเรียกบทนี้ว่าคำถวายสังฆทาน ถ้าของที่ถวายเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง หรือเครื่องใช้ ดูบทและขั้นตอนได้ที่วิธีถวายสังฆทาน
คำถวายภัตตาหารเมื่อมีพระสงฆ์ 1 ถึง 3 รูป
|
จำนวนพระ |
คำที่ใช้แทน ภิกขุสังฆัสสะ |
คำที่ใช้แทน ภิกขุสังโฆ |
|---|---|---|
|
1 รูป |
สีละวะโต |
สีละวา |
|
2 ถึง 3 รูป |
สีละวันตานัง |
สีละวันโต |
|
4 รูปขึ้นไป |
ภิกขุสังฆัสสะ |
ภิกขุสังโฆ |
คำแปลเปลี่ยนจาก พระสงฆ์ เป็น ท่านผู้ทรงศีล ส่วนอื่นของบทเหมือนเดิม
คำถวายภัตตาหารอุทิศให้ผู้ล่วงลับ
ถวายภัตตาหารเพื่ออุทิศให้พ่อแม่ ญาติ หรือบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ใช้บทมะตะกะภัตตานิ สำหรับพระสงฆ์ 4 รูปขึ้นไปว่า
"อิมานิ มะยัง ภันเต มะตะกะภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต ภิกขุสังโฆ อิมานิ มะตะกะภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุ-อาทีนัญจะ ญาตะกานัง กาละกะตานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ"
คำแปล ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายมะตะกะภัตตาหาร พร้อมของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงโปรดรับมะตะกะภัตตาหาร พร้อมของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย แก่ญาติของข้าพเจ้าทั้งหลาย มีบิดา-มารดา เป็นต้น ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วย ตลอดกาลนาน เทอญ
บทนี้ใช้ในงานทำบุญ 7 วัน 50 วัน และทำบุญ 100 วัน แขกที่มาร่วมงานพนมมือว่าตามผู้นำกล่าวได้ ไม่ต้องท่องมาเอง
ขั้นตอนการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์
การถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ในงานบุญเริ่มจากบูชาข้าวพระพุทธ แล้วกล่าวคำถวายภัตตาหาร ประเคน และลาข้าวพระพุทธเมื่อพระฉันเสร็จ
- เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ใกล้จบ ยกสำรับพระพุทธไปตั้งหน้าโต๊ะหมู่บูชา บนโต๊ะหรือพื้นที่ปูผ้าขาวรอง
- เจ้าภาพจุดธูป 3 ดอก กล่าวคำถวายข้าวพระพุทธ แล้วกราบ 3 ครั้ง
- ตั้งภัตตาหารไว้ตรงหน้าพระสงฆ์ ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวคำถวายภัตตาหารพร้อมกัน
- ประเคนทีละภาชนะ เข้าไปใกล้พระในระยะไม่เกิน 1 ศอก ยกให้พ้นพื้น แล้วน้อมส่งด้วยความเคารพ ผู้ชายส่งถึงมือ ผู้หญิงวางบนผ้าที่พระทอดรับ
- พระฉันเสร็จ เจ้าภาพกล่าวคำลาข้าวพระพุทธ แล้วยกสำรับออก
ของที่ประเคนแล้วไม่จับต้องอีก ถ้าเผลอจับให้ประเคนใหม่ ช้อน จาน แก้ว และกระโถนไม่ต้องประเคน วางให้ได้เลย โต๊ะอาหารทั้งโต๊ะที่ต้องช่วยกันยกไม่นับเป็นการประเคน
ลำดับพิธีทั้งงานดูได้ที่บทความบุญพิธี ส่วนซองปัจจัยมีวิธีถวายต่างจากอาหาร ดูที่วิธีถวายปัจจัยพระ
ข้อแตกต่างระหว่างถวายข้าวพระพุทธกับถวายข้าวพระสงฆ์
ถวายข้าวพระพุทธเป็นการบูชา ถวายข้าวพระสงฆ์เป็นการถวายทานให้ท่านฉัน บทที่ใช้และเวลาจึงไม่เหมือนกัน
|
หัวข้อ |
ข้าวพระพุทธ |
ภัตตาหารพระสงฆ์ |
|---|---|---|
|
ถวายแด่ |
พระพุทธรูป แทนพระพุทธเจ้า |
พระสงฆ์ที่มารับ |
|
จุดประสงค์ |
บูชาพระพุทธเจ้า |
ถวายทานให้พระฉัน |
|
บทขึ้นต้น |
อิมัง สูปะพะยัญชะนะสัมปันนัง |
อิมานิ มะยัง ภันเต ภัตตานิ |
|
คำลา |
เสสัง มังคะลัง ยาจามิ |
ไม่มี |
|
เวลา |
ไม่จำกัด |
ก่อนเที่ยงวัน |
|
วิธีถวาย |
ตั้งไว้หน้าพระพุทธรูป |
ประเคนถึงมือพระ |
คำถวายพระพุทธรูปให้วัดเป็นอีกบทหนึ่ง ใช้เมื่อถวายองค์พระ ไม่เกี่ยวกับการถวายข้าว ส่วนของที่ถวายคู่กับภัตตาหารในงานบุญดูได้ที่บทความของถวายสังฆทาน
ถ้าเป็นงานทำบุญให้ผู้ล่วงลับแล้วไปร่วมไม่ได้ ศาลาหรีดเป็นร้านพวงหรีดส่งถึงงาน สั่งทาง LINE ของร้าน ได้ทุกวัน




